เมื่อพูดถึงซีรีส์เกาหลีที่ปังและได้รับการพูดถึงอย่างมากในปี 2025 หนึ่งในชื่อที่ห้ามพลาดก็คือ Law and the City (ชื่อภาษาเกาหลี: 서초동) ซึ่งเปิดตัวพร้อมนักแสดงระดับท็อปและทีมงานที่แข็งแกร่ง ในบทความนี้ เราจะพาไปรู้จักกับภาพรวม ผลงานเบื้องหลัง ประวัติผู้สร้าง-นักแสดง กำเนิดกระแส และองค์ประกอบที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ได้รับ “คะแนนจากผู้ชมและเสียงโหวตมาแรงเป็นอย่างยิ่ง” จริง ๆ
ประวัติและเบื้องหลังของ Law and the City
แนวคิดของซีรีส์
Law and the City เป็นซีรีส์แนวกฎหมาย (legal drama) ที่ไม่ใช่แค่ศาลครึ้มเครียด แต่เน้นชีวิตประจำวันของทนายความในย่าน Seocho Judicial Town กรุงโซล ซึ่งตัวละครหลักทั้ง 5 คนทำงานในสำนักงานกฎหมายต่างๆ ในอาคารเดียวกัน และแบ่งเวลามื้อกลางวันเพื่อพูดคุย แชร์ความรู้สึก และเติบโตไปด้วยกัน.
ทีมงานผู้สร้างและนักแสดง
-
เขียนบทโดย Lee Seung‑hyun และกำกับโดย Park Seung‑woo ซึ่งมีพื้นฐานของการทำซีรีส์คุณภาพ
-
นักแสดงนำ ได้แก่
-
Lee Jong‑suk รับบท Ahn Ju-hyeong ทนายรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์ 9 ปี
-
Moon Ga‑young รับบท Kang Hee-ji ทนายความรุ่นใหม่ผู้เปี่ยมอุดมการณ์
-
ยังมีนักแสดงสมทบอีกหลายคนที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศออฟฟิศ–กฎหมายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
-
วันออกอากาศและการเผยแพร่
ซีรีส์ออกอากาศทางช่อง tvN ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2025 โดยออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์เวลา 21:20 น. (KST) นอกจากนี้ยังมีการสตรีมในแพลตฟอร์มต่างประเทศด้วย ทำให้เข้าถึงผู้ชมต่างชาติได้ง่ายขึ้น
ผลงานด้านเรตติ้งและคะแนนผู้ชม
การเปิดตัวอย่างสดใส
ตอนแรกของซีรีส์สามารถเปิดตัวด้วยเรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศ (Nationwide) อยู่ที่ 4.6% ซึ่งถือว่าโดดเด่นสำหรับซีรีส์ช่องเคเบิลในช่วงเวลานั้น ซึ่งยังทำอันดับ 1 ในช่วงเวลาออกอากาศด้วย
การเติบโตอย่างต่อเนื่อง
-
ตอนที่ 2 ขึ้นมาที่ ประมาณ 5.1% (และอันดับ 1 ในกลุ่มผู้ชมอายุ 20-49 ปี)
-
ตอนที่ 4 ทำได้สูงถึง 5.6%
-
ตอนก่อน-จบ (ep 11) ทำได้ประมาณ 6.4% ซึ่งสร้างสถิติใหม่ให้กับซีรีส์
-
ตอนสุดท้าย (ep 12) ทำเรตติ้งสูงสุดถึง 7.7% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากสำหรับช่องเคเบิล และแสดงให้เห็นว่าแฟนซีรีส์ให้การตอบรับเป็นอย่างดี
คะแนนผู้ชมและเสียงวิจารณ์
-
รีวิวจาก IMDb และ Medium มีความเห็นว่าเรื่องนี้มีจุดแข็งในเรื่องของเค้าโครงเรื่องที่ “เข้าใจได้” และการดำเนินเรื่องแบบ slice of life มากกว่าจะเน้นดราม่าหนัก
-
รีวิวบางส่วนให้คะแนนเฉลี่ยที่ประมาณ 3.5 ถึง 4 ดาว จาก 5 ดาว
-
มีข้อเสนอแนะว่า หากผู้ชมคาดหวังซีรีส์กฎหมายแบบฉากศาลระทึกก็อาจรู้สึกว่า “เดินช้า” แต่ถ้าชอบความเป็นมนุษย์ในงานทนาย ก็จะอิน
เหตุผลที่ซีรีส์ได้รับกระแสแรงในหมู่ผู้ชม
บุคลากร–นักแสดงที่แข็งแกร่ง
การกลับมาของ Lee Jong-suk หลังหยุดพักซีรีส์ไปหลายปี ทำให้แฟนๆ ให้ความสนใจยิ่งขึ้น ขณะที่ Moon Ga-young ก็มีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว ทำให้ซีรีส์เริ่มต้นด้วยความคาดหวังสูง
เล่าเรื่อง “ชีวิตทนาย” อย่างเข้าใจง่าย
แทนที่จะเน้นแค่การขึ้นศาลหรือคดีใหญ่ เรื่องนี้พาเราเข้าสู่ “ชีวิตจริงหลังโต๊ะทำงานทนาย” เช่น เวลาแบ่งมื้อกลางวันระหว่างเพื่อนร่วมงาน ความสัมพันธ์ในออฟฟิศ และปัญหาที่เจอในชีวิตงาน
กระแสในระดับสากล
นอกจากในเกาหลีแล้ว ซีรีส์ยังได้รับการสตรีมในหลายประเทศ และมีการพูดถึงกันมากว่าเป็น “ซีรีส์ทนายที่น่าประทับใจ” ซึ่งช่วยต่อยอดกระแสและการแชร์ในโซเชียลมีเดีย
การเติบโตของเรตติ้งคือสัญญาณสำคัญ
การที่เรตติ้งเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงตอนสุดท้าย ถือเป็นการยืนยันว่าการเล่าเรื่องและการเชื่อมโยงกับผู้ชมทำได้ดี—ผู้ชมไม่ทิ้งกลางทาง ยังรอคอยตอนต่อไปและติดตามจนจบ
วิเคราะห์ปัจจัยที่อาจทำให้คนบางส่วนรู้สึกว่า “คะแนนยังไม่สุด”
เส้นเรื่องบางช่วงอาจเดินช้า
แม้ว่ามุม slice of life จะถูกใจผู้ชมบางกลุ่ม แต่ผู้ที่คาดหวังความดราม่าแรงหรือคดีระทึกอาจรู้สึกว่าเรื่องยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร
ความคาดหวังสูงก่อนออกอากาศ
ด้วยชื่อของ Lee Jong-suk และธีมกฎหมายที่คนมักเชื่อมโยงกับความร้อนแรง การที่เรื่องเลือกโฟกัสชีวิตออฟฟิศมากกว่าแอ็กชันศาลอาจทำให้ผู้ชมบางคนรู้สึกว่า “ไม่ใช่แบบที่คิด”
คะแนนวิจารณ์ไม่ได้สูงสุดเสมอไป
แม้จะได้รับกระแสดี แต่รีวิวบางแห่งให้ mere “ดี” ไม่ใช่ “ยอดเยี่ยม” หรือ “เหนือชั้น” แสดงให้เห็นว่ายังมีโอกาสพัฒนาอีกมาก
ผลกระทบและแนวโน้มต่ออนาคต
ผลต่อ แบรนด์ นักแสดง และผู้สร้าง
การที่ Lee Jong-suk ได้รับอันดับสูงในดัชนี brand reputation (รองจากอันดับ 1 ของเดือนสิงหาคม) ก็แสดงถึงผลตอบรับทางบวกของการกลับมาครั้งนี้ นอกจากนี้ แฟนๆ ก็เริ่มติดตามนักแสดงรุ่นน้องและบทบาทใหม่ๆ มากขึ้น
ผลต่อแนวซีรีส์กฎหมาย
ที่ผ่านมา ซีรีส์กฎหมายเกาหลีก็มักจะเป็นแนวศาลหนัก เช่น Extraordinary Attorney Woo หรือ The Devil Judge – แต่ว่า Law and the City เสนอทางเลือกใหม่คือ “ชีวิตทนายความในออฟฟิศ” ซึ่งอาจเปิดแนวสำหรับซีรีส์หน้าๆ ที่จะให้ความสำคัญกับชีวิตงาน–ชีวิตส่วนตัวมากขึ้น
โอกาสในตลาดแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
ด้วยการสตรีมในต่างประเทศและเสียงลือว่า “ประเทศกว่า 140 แห่ง” รับชมได้ ทำให้ซีรีส์นี้มีโอกาสเดินต่อไปในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
สรุป
หากสรุปแบบกระชับ ๆ แล้ว ถือได้ว่า Law and the City เป็นซีรีส์ที่ “คะแนนจากผู้ชมและเสียงโหวตมาแรง” จริง ๆ ด้วยการเปิดตัวที่น่าประทับใจ การเติบโตของเรตติ้ง และการได้รับกระแสทั้งในและนอกประเทศ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ซีรีส์แนวบีบหัวใจหนักๆ หรือศาลระทึกแบบสุดโต่ง แต่กลับมีเสน่ห์ในเรื่อง “ชีวิตจริง เหนือโต๊ะทำงาน” และ “ความสัมพันธ์ของคนทำงานร่วมกัน” ที่ทำให้คนดูรู้สึกเชื่อมโยงได้
ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ชื่นชอบซีรีส์เกาหลีที่มีทั้งชีวิตงาน + ความสัมพันธ์ + เรื่องกฎหมายอย่างพอดี Law and the City คือทางเลือกที่ควรเก็บไว้ดูอย่างยิ่ง
FAQ
Q1: ทำไมเรตติ้ง Law and the City ถึงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง?
A1: เพราะเรื่องเริ่มด้วยฐานผู้ชมที่มั่นคง มีนักแสดงชื่อดัง และเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงได้ง่าย เรตติ้งจึงค่อย ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ จากตอนต่อไปที่ผู้ชมเริ่มติดตามจนจบ
Q2: คะแนนรีวิวผู้ชมทั่วไปซีรีส์นี้อยู่ระดับไหน?
A2: อยู่ในระดับ “ดีมาก” ถึง “ดี” โดยรีวิวบางแหล่งให้ค่าเฉลี่ยประมาณ 3.5 ถึง 4 จาก 5 ดาว
Q3: ผู้ชมที่ไม่คุ้นกับแนวกฎหมายจะเข้าใจเรื่องนี้ไหม?
A3: เข้าใจได้แน่นอน เพราะเรื่องเน้นชีวิตมนุษย์ เส้นทางอาชีพ และมิตรภาพมากกว่าจะคดีศาลซับซ้อน – จึงเหมาะกับผู้ชมทั่วไป
Q4: จุดที่ผู้ชมบางคนอาจไม่ชอบคืออะไร?
A4: ถ้าคุณคาดหวังฉากกฎหมายศาลดราม่าแรง เรื่องนี้อาจดูเดินช้าหรือไม่หวือหวาเท่าที่คิด เพราะโฟกัสอยู่ที่ “ชีวิตงาน” มากกว่า “คดีสุดหิน”
Q5: ซีรีส์นี้มีความสำคัญอย่างไรในวงการซีรีส์เกาหลี?
A5: ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ใช้แนวชีวิตออฟฟิศ-ทนายมาเล่าได้อย่างเข้าถึง และเป็นต้นแบบว่าซีรีส์กฎหมายไม่จำเป็นต้องเน้นแค่ศาลหรือคดีใหญ่เท่านั้น
Q6: ถ้าจะดู Law and the City ควรเริ่มจากไหน?
A6: เริ่มจากตอนแรกเลย เพื่อจะได้เข้าใจพื้นฐานตัวละครและจังหวะเรื่อง ซึ่งหลังจากนั้นจะพบว่าเรื่องราวเติบโตและน่าสนใจมากขึ้นตามลำดับ
