ป้ายกำกับ: ข่าวบันเทิง

  • Signal 2 ฟีเวอร์ทั่วเอเชีย! ซีรีส์ทวงบัลลังก์สืบสวนลึกลับ กลับมาสั่นสะเทือนจออีกครั้งในปี 2025

    Signal 2 ฟีเวอร์ทั่วเอเชีย! ซีรีส์ทวงบัลลังก์สืบสวนลึกลับ กลับมาสั่นสะเทือนจออีกครั้งในปี 2025

    Signal 2 (2025 – expected) หรือ 시그널 시즌2 คือหนึ่งในซีรีส์เกาหลีที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในเอเชียตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์ ด้วยกระแสระดับตำนานจากภาคแรกที่ออกอากาศในปี 2016 จนกลายเป็นหนึ่งในซีรีส์ยอดเยี่ยมตลอดกาลของวงการ K-Drama การกลับมาอีกครั้งของโปรเจกต์นี้สร้างความตื่นเต้นไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นแฟนซีรีส์ สื่อบันเทิง หรือคอซีรีส์แนวสืบสวน–ลึกลับ ที่ต่างจับตามองว่าเรื่องราวจะเข้มข้นขึ้นแค่ไหน และนักแสดงตัวท็อปอย่าง อีเจฮุน (Lee Je-hoon), คิมฮเยซู (Kim Hye-soo) และ โชจินอุง (Cho Jin-woong) จะกลับมารับบทสำคัญหรือไม่

    บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกตั้งแต่ ประวัติการสร้าง, จุดเริ่มต้นของภาค 2, เบื้องหลังทีมงาน, กระแสความคาดหวัง, ความสำเร็จของภาคแรก, รวมถึง เหตุผลที่ทำให้ Signal ถูกยกเป็นหนึ่งในซีรีส์สืบสวนที่ดีที่สุดในเอเชีย พร้อมข้อมูลอัปเดตล่าสุดแบบแน่น ๆ ครบสำหรับสายข่าวบันเทิง!


    จุดกำเนิดของ Signal: ซีรีส์ที่เปลี่ยนมาตรฐานวงการ K-Drama สายสืบสวน

    ก่อนพูดถึงภาค 2 เราต้องย้อนกลับไปทำความเข้าใจว่าเหตุใดภาคแรกถึงกลายเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่

    แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง

    Signal Season 1 ดัดแปลงจาก คดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซอง (Hwaseong Serial Murders) หนึ่งในคดีที่โด่งดังที่สุดในเกาหลีใต้ ทำให้ซีรีส์มีโทนสมจริง เข้มข้น และสะท้อนสังคมได้ตรงประเด็น

    โครงสร้างเรื่องที่แปลกใหม่

    จุดเด่นที่สุดของ Signal คือ

    • การสื่อสารข้ามเวลา

    • การไขปริศนาที่เชื่อมโยงอดีต–ปัจจุบัน

    • ประเด็นด้านความยุติธรรมที่ลึกซึ้ง

    ทั้งหมดนี้ทำให้ซีรีส์โดดเด่นมากกว่างานสืบสวนทั่วไป

    tvN 드라마 <시그널> 시즌 2가 2026년 방영될 예정입니다.✨ CJ ENM은 tvN 개국 20주년을 맞아 시즌 2를 공개한다고 발표했는데요. 김은희 작가가 다시 집필을 맡으며, 기존 출연진 김혜수, 이제훈, 조진웅도 합류합니다. 2016년 첫 방송된 <

    กระแสระดับประเทศ

    หลังออกฉาย Signal กลายเป็นซีรีส์เรตติ้งสูงสุดอันดับต้น ๆ ของช่อง tvN และชนะรางวัล Best Drama จาก Baeksang Arts Awards

    ไม่แปลกใจที่เมื่อมีข่าวการเตรียมสร้างภาค 2 ทั้งโซเชียลและแฟนซีรีส์ทั่วเอเชียจะปะทุขึ้นทันที


    Signal 2 (2025): การกลับมาที่ทุกคนรอคอยนานที่สุด

    หลังจากรอกันยาวนานกว่า 9 ปี ในที่สุดโปรเจกต์ภาคต่อก็เริ่มขยับอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ช่วงปี 2024 ก่อนประกาศเตรียมฉายในปี 2025 (expected)

    เหตุผลที่ภาค 2 ใช้เวลานาน

    • ตารางงานของนักแสดงตัวหลักแน่นมาก

    • ผู้กำกับและนักเขียนบทต้องการ “บทที่ดีที่สุดเท่านั้น”

    • ภาคแรกสร้างมาตรฐานสูง ทำให้ทีมงานต้องใช้เวลาสร้างสรรค์ภาคต่ออย่างพิถีพิถัน

    จุดเปลี่ยนของเนื้อเรื่อง

    แหล่งข่าวในวงการบันเทิงเกาหลีเผยว่าภาค 2 จะมีประเด็น

    • คดีที่มืดมนและซับซ้อนมากกว่าเดิม

    • ปมใหม่ที่เชื่อมกับตอนจบของภาคแรก

    • การขยายจักรวาลสืบสวนแบบ “ปรอทแตก”

    ทั้งหมดนี้ทำให้แฟน ๆ คาดหวังว่าซีรีส์จะกลับมาโหด ดิบ ดาร์ก และสะเทือนใจยิ่งกว่าเดิม


    ทัพนักแสดงชุดเดิมที่แฟน ๆ รอคอย

    แม้ยังไม่มีประกาศ 100% แต่คาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า 3 นักแสดงหลักจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

    อีเจฮุน (Lee Je-hoon) – โปรไฟล์นักแสดงที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้

    บท พัคแฮยอง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์อาชญากรรมผู้ติดต่อกับอดีตผ่านวิทยุเรื่องลึกลับ ถือเป็นผลงานที่ช่วยดันชื่ออีเจฮุนขึ้นสู่แถวหน้า

    คิมฮเยซู (Kim Hye-soo) – ตัวแม่แห่งสายสืบสวนดราม่า

    การกลับมาของเธอในบท ชา ซูฮยอน จะเป็นไฮไลต์สำคัญของภาคนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

    โชจินอุง (Cho Jin-woong) – นักแสดงฝีมือระดับท็อป

    รับบท อีแจฮัน ตำรวจในอดีตที่เชื่อมโยงเส้นเรื่องทั้งหมดของซีรีส์

    แฟน ๆ ต่างหวังว่าเคมีระหว่างสามตัวละครนี้จะกลับมาปังไม่แพ้ภาคแรก


    ทีมงานเบื้องหลังคุณภาพระดับตำนาน

    คิมอึนฮี (Kim Eun-hee) – นักเขียนบทมือทอง

    ผู้เขียนบทที่สร้างงานชั้นเยี่ยมอย่าง Kingdom, Signal, Three Days และ Jirisan การกลับมาของเธอทำให้แฟน ๆ มั่นใจว่าภาค 2 จะเป็นระดับมาสเตอร์พีซอีกครั้ง

    ผู้กำกับคิมวอนซอก (Kim Won-seok)

    เจ้าของผลงาน My Mister, Misaeng และ Signal ภาคแรก คาดว่าจะกลับมากำกับภาค 2 ด้วยโทนที่เข้มข้นและมีชั้นเชิงเหมือนเดิม


    กระแสคาดหวังที่ลุกเป็นไฟทั่วเอเชีย

    ทันทีที่มีข่าวลือเรื่องการเปิดกล้อง ชื่อ “Signal 2” ขึ้นเทรนด์ในเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน และไต้หวันพร้อมกัน กระแสที่เกิดขึ้น ได้แก่

    • “ภาคต่อนี้คือที่สุดแห่งปี 2025 แน่นอน”

    • “รอมา 9 ปี ยังไงก็ต้องดู”

    • “แค่คิดว่าทีมนักแสดงกลับมาก็ขนลุกแล้ว”

    สื่อใหญ่หลายแห่งยก Signal 2 เป็นหนึ่งใน Asian Series ที่คนรอมากที่สุดปี 2025


    ความสำเร็จของ Signal ภาคแรกที่ยากจะโค่น

    เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมภาค 2 จึงถูกจับตามาก ต้องย้อนดูสถิติของภาคแรก

    • เรตติ้งสูงสุดติดท็อปของ tvN

    • ได้รางวัล Best Drama จาก Baeksang

    • ติดอันดับซีรีส์สืบสวนที่ดีที่สุดในเอเชียตลอดกาล

    • ถูกนำไปรีเมคในญี่ปุ่นและจีน

    ชื่อเสียงเหล่านี้ทำให้ภาค 2 กลายเป็นโปรเจกต์ระดับ “บิ๊กแมตช์” ของปี 2025


    เนื้อหาใหม่ใน Signal 2: เข้มข้น ลึกลับ และเจ็บลึกกว่าเดิม

    แม้ยังไม่มีสปอยเต็มรูปแบบ แต่ข้อมูลที่หลุดมาระบุว่าเนื้อเรื่องจะอยู่ในทิศทางดังนี้

    ปมปริศนาใหม่ที่เชื่อมต่ออดีต–อนาคต

    ภาค 2 จะขยายข้อมูลเกี่ยวกับ

    • ใครคือผู้ควบคุมสัญญาณวิทยุ?

    • เหตุใดการสื่อสารจึงเกิดขึ้นได้?

    • คดีในอดีตยังไม่ได้รับความยุติธรรมอีกเท่าไร?

    โทนเรื่องที่หนักและสมจริงขึ้น

    ผู้เขียนบทเผยว่าภาคใหม่จะสะท้อนสังคมเกาหลีในยุคปัจจุบัน
    ไม่เพียงแค่คดีฆาตกรรม แต่รวมถึงประเด็นการคอร์รัปชัน ความเหลื่อมล้ำ และอำนาจมืดที่ซ่อนอยู่ในระบบยุติธรรม


    ความสำคัญของ Signal ต่อวงการซีรีส์เกาหลี

    Signal ไม่ได้เป็นเพียงซีรีส์ยอดนิยม แต่ยังเป็น “งานสร้างที่เปลี่ยนมาตรฐานวงการ” เพราะ

    1. ปรับโฉมแนวสืบสวนให้ทันสมัย

    2. ผสมผสานความแฟนตาซีด้วยวิทยุสื่อสารข้ามเวลา

    3. เล่าเรื่องการค้นหาความจริงอย่างเข้มข้น

    4. ถ่ายทอดปมตัวละครได้ลึกจนคนดูอิน

    นี่คือเหตุผลที่ภาคใหม่ถูกยกให้เป็น “ซีรีส์ที่ต้องดูให้ได้” ในปี 2025


    สรุป: Signal 2 คือการกลับมาครั้งใหญ่ของวงการ K-Drama

    ด้วยทีมงานระดับเทพ นักแสดงตัวท็อป และบทที่เข้มข้นกว่าเดิม Signal 2 เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ทั่วเอเชียตั้งตารอมากที่สุด การกลับมาของหนึ่งในตำนานซีรีส์เกาหลีจะทำให้ปี 2025 เป็นปีที่วงการบันเทิงต้องสั่นสะเทือนอย่างแน่นอน


    FAQ 6 ข้อ

    1) Signal 2 จะฉายเมื่อไหร่?
    คาดว่าจะออกอากาศในปี 2025 (expected) โดย tvN หรือแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ร่วมผลิต

    2) นักแสดงชุดเดิมจะกลับมาหรือไม่?
    ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่กระแสคาดการณ์ว่า อีเจฮุน, คิมฮเยซู และโชจินอุง มีโอกาสสูงมากที่จะกลับมา

    3) Signal 2 ดราม่ากว่าเดิมจริงไหม?
    ใช่ ทีมเขียนบทเผยว่าจะเข้มข้นและมีประเด็นสังคมมากขึ้น พร้อมคดีซับซ้อนกว่าเดิมหลายเท่า

    4) ภาคสองจะเชื่อมกับตอนจบของภาคแรกไหม?
    จากข้อมูลที่หลุดมา ระบุว่าภาค 2 จะต่อยอดเส้นเรื่องของภาคแรก และเฉลยเบาะแสสำคัญที่ยังค้างคา

    5) ทำไมคนถึงรอ Signal 2 มากขนาดนี้?
    เพราะภาคแรกประสบความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ และเป็นหนึ่งในซีรีส์สืบสวนที่ดีที่สุดในเกาหลี

    6) Signal 2 จะมีจำนวนกี่ตอน?
    ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 12–16 ตอนตามมาตรฐานของซีรีส์คุณภาพจาก tvN


  • อาจารย์เบียร์ปังไม่หยุด! ขายของ 7 วัน ออกรถใหม่ แถมให้โชคเลขเด็ดตรงเป๊ะ 2 ตัวติด

    อาจารย์เบียร์ปังไม่หยุด! ขายของ 7 วัน ออกรถใหม่ แถมให้โชคเลขเด็ดตรงเป๊ะ 2 ตัวติด

     

    ปรากฏการณ์ “อาจารย์เบียร์” กลับมาอีกครั้ง หลังสร้างกระแสสุดฮือฮาในโลกโซเชียล เมื่อเจ้าตัวโพสต์ภาพคู่รถใหม่ป้ายแดง พร้อมเผยว่า “ขายของออนไลน์ได้แค่ 7 วัน ก็ออกรถได้แล้ว” งานนี้แฟนคลับแห่คอมเมนต์ยินดีและแซวกันสนั่น โดยเฉพาะหลังเจ้าตัวพูดทีเล่นทีจริงว่า “ใครดูไลฟ์วันนั้นน่าจะได้โชคไปด้วย เพราะเลขทะเบียนมันออกจริงๆ 2 ตัวท้ายตรงเป๊ะ!”

    เหตุการณ์นี้ไม่เพียงทำให้ชื่อของอาจารย์เบียร์กลับมาเป็นกระแสร้อนแรงอีกครั้ง แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ “สายมูสุดปัง” ที่ผันตัวจากนักเทศน์สู่พ่อค้าออนไลน์เต็มตัวได้อย่างน่าสนใจ

    เส้นทางจากธรรมะสู่ธุรกิจออนไลน์

    ก่อนหน้านี้ “อาจารย์เบียร์” เคยเป็นที่รู้จักในฐานะนักเทศน์ออนไลน์ ที่มีสไตล์การสอนธรรมะแบบร่วมสมัย ใช้ภาษาเข้าใจง่าย และสอดแทรกอารมณ์ขัน จนมีผู้ติดตามหลายล้านคนทั่วประเทศ แต่เมื่อเกิดกระแสดราม่าระหว่างการเผยแผ่ธรรมะกับการหารายได้จากการไลฟ์ เจ้าตัวก็เลือกจะ “วางไมค์เทศน์” แล้วหันมาทำธุรกิจเต็มตัว

    เขาเปิดร้านออนไลน์จำหน่ายสินค้าสายมู เช่น เครื่องราง ผ้ายันต์ น้ำมันเสน่ห์ และวัตถุมงคลต่างๆ พร้อมสร้างเพจใหม่ในชื่อ “ร้านอาจารย์เบียร์ ของแท้แน่นอน” ที่มียอดติดตามพุ่งทะลุหลักแสนภายในไม่กี่สัปดาห์ และทุกครั้งที่เขาไลฟ์ขายของ ก็มียอดผู้ชมพร้อมกันหลายหมื่นคน

    เบื้องหลังความสำเร็จ 7 วันออกรถ

    จากโพสต์ล่าสุด อาจารย์เบียร์ได้เผยว่า การออกรถครั้งนี้ไม่ได้มาจากโชคลาภเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก “แรงศรัทธาและความตั้งใจ” โดยเจ้าตัวกล่าวว่า “ผมเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่มีทุนใหญ่ แต่ใช้ความเชื่อและความขยันล้วนๆ ทุกวันผมไลฟ์ขายของด้วยความจริงใจ ลูกค้าเห็นถึงพลังบวก ก็เลยอุดหนุนต่อเนื่อง”

    เขายังบอกอีกว่า รถคันใหม่นี้ไม่ได้เป็นเพียงของรางวัลให้ตัวเอง แต่ยังตั้งใจใช้เป็นเครื่องเตือนใจว่า “ความสำเร็จเกิดได้ ถ้าเรากล้าที่จะเปลี่ยน” ซึ่งทำให้แฟนคลับหลายคนต่างเข้ามาแสดงความยินดี และมองว่าเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะลุกขึ้นสร้างชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง

    เลขทะเบียนให้โชคจริง!

    จุดที่ทำให้กระแสอาจารย์เบียร์พุ่งแรงอีกครั้ง คือเลขทะเบียนรถป้ายแดงของเขา ที่ปรากฏในภาพโพสต์บนเพจส่วนตัว หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วัน เลขท้ายของทะเบียนกลับตรงกับผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ตัวท้ายแบบเป๊ะๆ งานนี้แฟนคลับไม่พลาด แห่แชร์ภาพกันรัวๆ พร้อมคอมเมนต์ว่า “ของจริงต้องอาจารย์เบียร์!”

    บางคนถึงกับบอกว่า “ตั้งแต่ดูอาจารย์เบียร์ขายของ ก็มีแต่โชคดี” ทำให้ชื่อของเขากลายเป็น “สายมูพารวย” คนใหม่ของวงการทันที

    กระแสในโลกออนไลน์

    บน TikTok และ Facebook มีการแชร์คลิปไลฟ์สดของอาจารย์เบียร์อย่างต่อเนื่อง หลายคลิปมียอดวิวเกินล้าน โดยเฉพาะคลิปที่เขายกมือไหว้ก่อนเปิดกล่องสินค้า พร้อมพูดประโยคประจำตัวว่า “ของทุกชิ้นมีพลัง ศรัทธาส่งถึงกัน” กลายเป็นวลีไวรัลที่คนแชร์ไปทั่ว

    เสียงจากชาวเน็ตมีทั้งชื่นชมและตื่นเต้น หลายคนมองว่า “อาจารย์เบียร์คือแรงบันดาลใจของคนสู้ชีวิต” ที่เปลี่ยนจากการโดนดราม่ามาเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ขณะที่บางส่วนก็ยังตั้งคำถามว่า “อาจารย์จะกลับไปสู่ทางธรรมอีกไหม”

    อาจารย์เบียร์ตอบประเด็นนี้ในไลฟ์ว่า “ธรรมะไม่ได้อยู่แค่ในวัด แต่อยู่ในการทำมาหากินที่สุจริต” ซึ่งได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม

    รถใหม่ป้ายแดง อาจารย์เบียร์คนตื่นธรรม #โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม #เปิดค่าการมองเห็น #แนวทาง #แนวทางเพื่อความบันเทิง #ไม่สนับสนุนให้เล่นการพนัน #คอนเทนต์

    มิติใหม่ของนักขายสายมู

    ปัจจุบัน อาจารย์เบียร์ไม่ใช่แค่พ่อค้าออนไลน์ธรรมดา แต่กลายเป็น “อินฟลูเอนเซอร์สายมู” ที่มีแฟนคลับติดตามทั่วประเทศ เขาใช้ความรู้ด้านจิตวิทยาและธรรมะมาผสมกับการขายสินค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกทั้งอิ่มใจและมีกำลังใจในเวลาเดียวกัน

    นอกจากนี้ เขายังเปิดสอนคอร์สออนไลน์เล็กๆ ชื่อ “ขายของให้ได้บุญ” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การทำธุรกิจด้วยศรัทธาและความจริงใจ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับดีเยี่ยม มีคนเข้าร่วมเรียนหลายพันคนในเวลาไม่นาน

    อาจารย์เบียร์ยังบอกอีกว่า “ผมไม่ได้รวยจากการโกง แต่รวยจากการตั้งใจและความศรัทธา ทุกบาทคือเหงื่อแรงของผม”

    แรงศรัทธาที่กลายเป็นพลัง

    หนึ่งในสิ่งที่ทำให้อาจารย์เบียร์โดดเด่นกว่าคนอื่น คือพลังศรัทธาที่เขามีต่อสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเทศน์หรือขายของ เขามักพูดด้วยความจริงใจ และแสดงให้เห็นว่าการ “มู” ไม่ได้หมายถึงการหลงงมงาย แต่คือการมีแรงบันดาลใจในการต่อสู้กับชีวิต

    หลายคนที่เคยดูไลฟ์ของเขาบอกว่า แค่ได้ฟังเสียงก็รู้สึกมีกำลังใจ เหมือนได้รับพลังบวกกลับไป ทำให้ยอดขายและฐานแฟนคลับของเขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    เส้นทางต่อไปของอาจารย์เบียร์

    หลังประสบความสำเร็จจากการขายของออนไลน์ในเวลาอันสั้น อาจารย์เบียร์เผยว่ากำลังวางแผนเปิดร้านจริงในอนาคต และอาจขยายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยในเอเชียที่ศรัทธาเรื่องมูเตลู

    เขาทิ้งท้ายในไลฟ์ล่าสุดว่า “ผมจะไม่หยุดแค่ขายของ แต่อยากสร้างแรงบันดาลใจให้คนทุกอาชีพเห็นว่า ความดี ความขยัน และศรัทธา ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง”

    สรุป

    เรื่องราวของอาจารย์เบียร์คือภาพสะท้อนของคนยุคใหม่ที่กล้าเปลี่ยน กล้าทำ และใช้ความศรัทธาเป็นพลังขับเคลื่อนชีวิต จากนักเทศน์สู่พ่อค้าออนไลน์ที่ออกรถใหม่ภายใน 7 วัน พร้อมให้โชคแฟนคลับแบบไม่ตั้งใจ เขากลายเป็นตัวอย่างของการ “เปลี่ยนดราม่าเป็นแรงผลักดัน” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    และที่สำคัญ เหตุการณ์นี้ตอกย้ำว่า “ความเชื่อ + ความพยายาม = ความสำเร็จ” ไม่ว่าจะอยู่สายธรรมะหรือสายมู หากทำด้วยใจจริง ย่อมส่งผลดีเสมอ

    FAQ

    1. อาจารย์เบียร์คือใคร
      – อดีตนักเทศน์ชื่อดังที่ผันตัวมาทำธุรกิจออนไลน์สายมู เติบโตอย่างรวดเร็วจากการขายของผ่านไลฟ์สด
    2. เขาออกรถใหม่จริงหรือไม่
      – ใช่ อาจารย์เบียร์โพสต์ภาพคู่รถใหม่ป้ายแดงหลังขายของได้เพียง 7 วัน
    3. ทำไมเลขทะเบียนรถของเขาถึงเป็นกระแส
      – เพราะเลขท้ายของทะเบียนตรงกับผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ตัวท้ายพอดี
    4. รายได้ของอาจารย์เบียร์มาจากอะไร
      – ส่วนใหญ่จากการขายสินค้าสายมูและการไลฟ์สดออนไลน์ รวมถึงคอร์สสอนการขาย
    5. เขายังเกี่ยวข้องกับวงการธรรมะอยู่ไหม
      – เจ้าตัวยืนยันว่ายังมีศรัทธาในธรรมะ แต่ขอใช้ธรรมะในชีวิตประจำวันมากกว่าการเทศน์
    6. อาจารย์เบียร์มีแผนอนาคตอย่างไร
      – ตั้งใจจะเปิดร้านจริงและขยายตลาดไปต่างประเทศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่